*หมายเหตุ* เป็นฟิคแก้บนตอนมีทชายนี่ครั้งที่ 3 ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา อ่านรายละเอียดได้จากกระทู้นี้ และเนื่องจาก "ติดมีท แต่ไม่ได้มีท" ฉะนั้นจะแก้ครึ่งนึง เจ้าพ่อเอ๊กซ์ทีนอภัยลูกด้วย TT^TT
Away..
Jonghyun x Jaebum
Backgroung Music : 미아 - IU
Lyrics by Daum.net / Thai translation by pinocchio
쏟아지는 빗물은.. 날 한치 앞도 못 보게해.
몰아치는 바람은 단 한 걸음도 못 가게해.
벼랑 끝에서 있는 듯이, 난 무서워 떨고 있지만.
작은 두 손을 모은. 내 기도는 하나 뿐이야
'돌아와'
น้ำฝนมากมายเทกระหน่ำลงมาทำให้ฉันมองไม่เห็นทางข้างหน้า
ลมไม่รู้พัดมาจากไหน ฉันก้าวต่อไปไม่ได้
ราวกับยืนอยู่สุดหน้าผา สั่นเทาด้วยความกลัว
มือสองทั้งข้างกุมประสาน อธิษฐานเพียงคำเดียว
'กลับมาได้ไหม'
ในฤดูฝนวันหนึ่ง… ผมยังจำมันได้ดี
วันนั้นพายุโหมพัดแรงตั้งแต่เช้าตรู่ ประกอบกับสายฝนที่ซัดกระหน่ำมาราวกับบ้าคลั่ง ท้องฟ้าครึ้มมัวเหมือนจะสาปให้โลกใบนี้อยู่ในความมืดสลัวตลอดกาล เสียงกรีดร้องของสายลมลอดผ่านเข้าสู่โสตประสาตตลอดเวลา ผมกับแทคยอน เราสองคนกำลังหลบฝนอยู่ที่มุมตึก บรรยากาศตอนนี้ สำหรับคนที่ไม่ค่อยถูกกับเรื่องฝนตกฟ้าร้องอย่างผม คงไม่มีคำใดจะบรรยายได้ดีกว่า ‘น่าสะพรึงกลัว’
ที่ด้านนอกนั้นพายุฝนซัดกระหน่ำ ถึงแม้จะหลบอยู่ด้านในก็ใช่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนได้ มีเพียงมืออุ่นๆของคนข้างๆที่ยังคงกุมมือของผมเอาไว้ อุ่นจนร้อนเข้ามาในหัวใจ.. ใจของผมกำลังร้อนรุ่ม ผมได้แต่คิดว่าจะต้องไปเจอเขาให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้ฟ้าฝนยังคงเป็นเช่นนี้ แต่ผมก็ยังแอบภาวนาในใจเงียบๆ ขอให้มันหยุดลงเสียที
จนกระทั่งเย็นฉ่ำ ผ่านเวลานัดมาแล้ว 2 ชั่วโมง ลมฝนยังคงกระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่อ่อนแรง เมื่อนึกถึงคนที่ปรารถนาจะเจอ ป่านนี้ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง คงจะหนาวเย็นไม่ต่างจากตัวผม และการที่ต้องปล่อยให้คนคนนั้นรอเป็นเวลานานๆ มันไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย แค่นึกมันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มคอยทิ่มแทงหัวใจ ผมทนให้เขารอต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมได้แต่บอกกับตัวเองว่า แค่เขายังรอผม ยิ้มและโอบกอดผมไว้ทันทีที่ผมไปถึง ผมก็ยินดีจะอดทนทุกอย่าง หรือจะให้ผมเสียสละอะไรผมก็ยอม..
แล้วผมก็ปล่อยมืออุ่นๆของอีกคนออก ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะต้องไปหาเขาคนนั้นเดี๋ยวนี้
“พี่แจบอม ฝนตกลมแรงขนาดนี้มันอันตรายนะ อย่าเพิ่งออกไปก่อนจะดีกว่ามั้ง” มือหนารั้งผมไว้พร้อมทั้งออกปากห้าม แม้ผมหันกลับไปมองตามเสียงเรียก แต่ผมก็ตัดสินใจแล้ว
“ไม่เป็นไร พี่ไม่กลัวหรอก ยังไงพระเจ้าก็ต้องช่วยคุ้มครองให้พี่ปลอดภัยแน่นอน เชื่อพี่สิ”
ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับผมอีกแล้ว เพราะแค่ก้าวขาออกมาพ้นริมฟุตบาทเท่านั้น ก็เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง สั่นสะเทือนเลือนลั่น แทคยอนโผเข้ากอดตัวผมทันทีที่เสียงดังสนั่นขึ้น อ้อมกอดที่ยากจะปฏิเสธ หากแต่ผมตัดสินไปใจแล้ว ผมพยายามเบียดตัวออก ยากลำบากเหลือเกิน
“เจย์อา อย่าไปนะ”
เสียงแหบพร่านั้นสั่นเครือ ท่อนแขนแข็งแรงรัดตรึงเข้ากับอกอุ่น ความรู้สึกของคนตรงหน้าที่มีให้ผมมันเกินกว่าฐานะ ‘พี่น้อง’ ที่ผมมีให้กับเขาไปแล้ว ในเวลานี้ผมได้แต่สัญญากับตัวเองว่า ‘ถ้าพี่รักนายนะแทคยอน พี่จะไม่มีวันทำให้นายร้องไห้เด็ดขาด’
ในที่สุด ความพยามครั้งสุดท้ายของผม ผมแกะมือของแทคยอนที่ยังคงโอบกอดผมไว้ให้คลายออกเบาๆ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาวิ่งฝ่าฝนออกจากที่ตรงนั้นโดยไม่หันหลังกลับแม้แต่น้อย เพราะถ้าเพียงผมหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ผมอาจจะเสีย ‘คนรัก’ ของผมที่เขารอผมอยู่ ก็ผมมันขี้ขลาด ผมมันอ่อนแออยู่เสมอ
ตามถนนหนทางนั้นโดนพายุอาละวาดเสียจนเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสเย็นเฉียบ ต้นไม้ข้างทางก็ถูกลมพายุซัดจนปลิวไหวสั่นคลอนกันไปทั่ว แม้กระทั่งป้ายชื่อร้านค้าก็ยังแกว่งไปมาทำท่าเหมือนจะร่วงมิร่วงอยู่รำไร เดินไปได้ยังไม่ทันถึงสองนาที ฝนก็สาดเข้าจนเปียกปอนไปทั้งตัว ลมพายุโหมกระหน่ำมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะแกล้งซัดให้คนอ่อนแออย่างผมต้องมาล้มลงกองกับพื้นให้ได้อย่างนั้น น้ำที่เปียกนองอยู่เต็มหน้าผมตอนนี้ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นฝนที่ตกลงมาจากฟ้าหรือเป็นน้ำตาของผมกันแน่ แต่รู้ว่ามันทำให้ตาของผมมัวเสียจนแทบจะมองไม่เห็นหนทางข้างหน้า
ในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงสวนสาธารณะที่ใครคนนั้นนัดผมไว้ ตามทางเดินเข้าสู่ภายในสวนมีแต่เศษใบไม้และกิ่งไม้ปลิวกระจายเต็มไปหมด ไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงลมฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ผมเดินลากตัวเองไปยังศาลาใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางสวน แล้วผมก็เจอเขา... เขาคนนั้นยังรอผมอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ผมคิดได้แต่คิดในใจว่า แม้ว่าฟ้าฝนจะกลั่นแล้งผมแค่ไหน แต่พระเจ้าก็ยังสร้างเขาให้มาอยู่เคียงข้างผม คิดได้อย่างนั้นผมก็แอบยิ้มอยู่ในใจ 'ขอบคุณพระเจ้า..'
“จงฮยอน..” เสียงเรียกของผมอ่อนลงจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเสียงของตัวเอง แถมยังสั่นจนน่ากลัว ไม่ต่างอะไรกับเนื้อตัวของผมตอนนี้ที่เย็นเฉียบเปียกปอนไปทั้งร่าง และทันทีที่เขาหันมามองผม ร่างทั้งร่างของผมราวจะทรุดลงกับพื้น
“พี่แจบอม..” แล้วอ้อมแขนอบอุ่นซึ่งคิดถึงอยู่ตลอดเวลาที่อดทนฝ่าพายุลมฝนเพื่อมาถึงกำลังโอบกอดผมไว้ อุ่นไปทั้งตัว อุ่นวาบเข้ามาถึงในหัวใจ ขอเพียงแค่เขากอดผมไว้อย่างนี้ ก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาได้มากมาย
“แจบอม.. พี่แจบอม..” จงฮยอนเรียกชื่อผมเบาๆ ราวกับจะปลอบโยนให้ขวัญอ่อนๆที่ลอยหายไปกลับคืนมา พร้อมกับค่อยๆคลายอ้อมกอดเบาๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนเดิม หากแต่ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า รู้สึกไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนทุกครั้ง สายตาที่ดูอ่อนโยน แววตากลับอ่อนแสง ไม่สะท้อนอะไรในนั้นเลย
“พี่แจบอม.. เรา.. เลิกกันเถอะ”
.
'เลิกกัน..'
.
'เลิกกันเถอะ..'
.
'เราเลิกกันเถอะ..'
.
“อะไรนะ..”
ปากผมถามออกไปทั้งที่คำๆนั้นยังคงสะท้อนก้องไปมาอยู่ภายในหัว คำพูดง่ายๆคำหนึ่งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันได้ฟังคำนี้จากปากของคนที่ผมเรียกว่า ‘คนรัก’ แม้ดวงตาของผมจะจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลตรงหน้า หากกลับว่างเปล่าเช่นเดิม ความอบอุ่นเมื่อครู่ค่อยๆหายไป แทนที่ด้วยความหนาวเย็นจนชาไปถึงขั้วหัวใจ
“เราเลิกกันเถอะ.. พี่แจบอม”
ประโยคเสียดแทงยังคงลั่นออกมาราวกับมันเป็นเรื่องง่ายดายที่จะพูด ทว่าไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ฟัง ใบหน้าของผมกลับมาเปียกปอนอีกครั้ง หากแต่คราวนี้ไม่ใช่น้ำฝน ขอบตาที่ร้อนผ่าวของผมยังคงพร้อมเสมอที่จะให้มืออุ่นนั้นได้ซับน้ำตาที่รินไหล แต่มืออุ่นนั้นกลับไม่มีแม้จะกุมมือผมไว้ หรือแตะต้องตัวผมแม้แต่น้อย.. ผมมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ
“ทำไม..” ผมถามเหตุผลออกไปอย่างนั้นถึงแม้ในใจไม่ได้อยากฟังเลยสักนิด ใจผมยังไม่พร้อมรับความเจ็บปวด และยังไม่ทันที่จะได้เตรียมใจไปมากกว่านั้น คำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากตรงหน้าราวกับค่อยๆฝังผมทั้งเป็น ทับถมลงเรื่อยๆ จนแทบจะขาดอากาศหายใจ
.
“เพราะความรักของผม คงให้ได้ไม่เท่าที่ผมได้รับจากพี่”
.
.
“เก็บความรักนั้นไว้ให้คนที่เขารักพี่เถอะ อย่าเอามาให้คนอย่างผมเลย”
.
.
จงฮยอนค่อยๆลุกขึ้น แล้วเดินจากไปท่ามกลางสายฝน น่าแปลกที่แม้ฝนฟ้ายังคงกระหน่ำไม่หยุด ผมกลับได้ยินเพียงเสียงของคนที่เพิ่งเดินจากผมไปเท่านั้น ผมรู้สึกว่าปากมันหนักเหลือเกิน ไม่มีคำพูดใดๆเลยที่ผมจะพูดเพื่อรั้งเขาไว้ ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น
ความรู้สึกหนักอึ้งที่ใครๆต่างก็ยากเกินจะเข้าใจ ผมเพิ่งจะรับรู้ว่ามันเจ็บปวดถึงเพียงนี้..
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทุกขณะ แต่พายุฝนกลับไม่ยอมอ่อนกำลังลงเลย ผมได้แต่เดิน เดินจนจำไม่ได้ว่าเดินมานานเท่าไหร่แล้ว ผมยังคงปลอบใจตัวเองต่อไป บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมแข็งแรงขึ้น น่าแปลกที่ไม่มีแม้น้ำตา ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะรั้งเขาไว้ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงจะร้องเรียกหรือเอ่ยถ้อยคำใดๆ ภายในใจของผมนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความรักของผมจบลงด้วยความเข้าใจ แต่เป็นความเข้าใจที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
ตราบจนทุกวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่พายุเข้า ผมก็ยังมองเห็นภาพๆหนึ่งแจ่มชัดในความทรงจำ ท่ามกลางพายุฝนที่ซัดกระหน่ำ บนถนนสายยาวอันแสนเปล่าเปลี่ยว ยังมีเงาของคนคนหนึ่งที่กำลังเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย เดียวดาย หนาวเหน็บ และเจ็บปวด...
이제는 눈물도 나오지 않아.
울먹일 힘마저 없는것 같아.
우리 이별이 꿈이 아닌 걸, 너무 잘 알고 있는데.
왜 난 깨어나길 비는지..
ถึงแม้ตอนนี้น้ำตาจะไม่ได้ไหลออกมา
เหมือนว่าแม้จะร้องไห้ฉันก็ทำไม่ได้
ที่เราเลิกกันหน่ะ ไม่ใช่ความฝันหรอก ฉันเข้าใจดี เข้าใจมากๆ
ทำไมฝนต้องทำให้ฉันตื่นด้วย..
쏟아지는 빗물은.. 날 한치 앞도 못 보게해.
몰아치는 바람은 단 한 걸음도 못 가게해.
벼랑 끝에서 있는 듯이, 난 무서워 떨고 있지만.
작은 두 손을 모은. 내 기도는 하나 뿐이야
'돌아와'
น้ำฝนมากมายเทกระหน่ำลงมาทำให้ฉันมองไม่เห็นทางข้างหน้า
ลมไม่รู้พัดมาจากไหน ฉันก้าวต่อไปไม่ได้
ราวกับยืนอยู่สุดหน้าผา สั่นเทาด้วยความกลัว
มือสองทั้งข้างกุมประสาน อธิษฐานเพียงคำเดียว
'กลับมาได้ไหม'
End.
ปล1. ถึงกับต้องทำ Category ใหม่สำหรับเอนทรี่นี้ขึ้นมากันเลย
ปล2. จะจำไว้ว่าครั้งต่อไปจะไม่บนฟิคแล้ว TT^TT
ปล3. ยากอ่ะ ยากๆๆๆ
ปล4. เพลงประกอบฟิคชื่อเพลง "มีอา" ของ "ไอยู" มีร็อคเวอร์ชั่น กับอะคูสติคเวอร์ชั่น แล้วแต่ใครจะเปิดมาเจอเวอร์ชั่นไหน ถึงเนื้อจะจบไม่เหมือนกัน แต่ฮุคก็ใกล้เคียง (ไม่ได้เข้ากับฟิคเล๊ยยย)
ปล5. ที่จริงแล้วเจย์กลับซีแอ๊ทเติ้ลเพราะอกหักจากจงฮยอน!?!
ปล6. และที่จริงแล้ว จงฮยอนเป็นหวัดเพราะไอโอจับมาแต่งฟิค ก๊ากกกกกกกกกกกกก
ปล8. ครั้งหน้าจะบนฟิค "เจย์โอ" (จริงจัง!)
ปลสุดท้าย. เหนื่อยจะรอ แต่ก็ยังรออยู่นะเว่ย กลับม๊าาาา~~

































